การขึ้นบรรทัดใหม่ | |
โดยปกติแล้ว ภาษา HTML จะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะมีการขึ้นบรรทัดใหม่ ดังนั้นถ้าเราต้องการ ให้เกิดการขึ้นบรรทัดใหม่ บนเว็บเพจ เราจะต้องคำสั่ง <BR> คำสั่ง < BR > เป็นคำสั่งที่กำหนดจุดสิ้นสุดของบรรทัด (break rule) แล้วทำการขึ้นบรรทัดใหม่เพื่อแสดงข้อความส่วนที่เหลือในบรรทัดถัดไป คำสั่งนี้จึงให้ผลเสมือนการกดคีย์ ENTER บนคีย์บอร์ดนั่นเอง ข้อสังเกต
|
การย่อหน้าใหม่ (Paragraph Tag) | |
คำสั่ง < P > เป็นคำสั่งที่สั่งให้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ขึ้นย่อหน้าใหม่ (paragraph) ข้อสังเกต
|
กำหนดค่าของการจัดการจัดตำแหน่งการแสดงผล | |
เป็นคำสั่งที่ทำการจัดตำแหน่งของการแสดงผลทางจอภาพ การที่จะแสดงตำแหน่งต่างๆ นั้นจะต้องอยู่ระหว่างคำสั่ง <P ALING="LEFT/RIGHT/CENTER"> และปิดด้วย </P> ซึ่งการที่จะให้ข้อความหรือรูปภาพอยู่ชิดซ้าย กึ่งกลางและชิดขวานั้น จะต้องมีคุณสมบัติการจัดตำแหน่งของการแสดงผลดังนี้
ข้อสังเกต
|
การแสดงข้อความตามที่จัดจัดรูปแบบไว้ในไฟล์ต้นฉบับ | |
เป็นการกำหนดตำแหน่งการแสดงผลตามรูปแบบที่เราได้ทำการจัดในไฟล์ต้นฉบับ โดยในคำสั่งนี้เราสามารถจัดตำแหน่งที่เราต้องการให้แสดงผล โดยเรากำหนดด้วยคำสั่ง <PRE> แล้วปิด </PRE> จะทำให้เราสามารถกำหนดตำแหน่งการแสดงผลได้ แต่ถ้าเรากำหนดด้วย <P ALING="LEFT / RIGHT / CENTER"> การแสดงผลก็จะอยู่แค่ชิดซ้าย กึ่งกลาง และชิดขวาเท่านั้น มักจะใช้คำสั่งนี้ในกรณีที่นำข้อมูลจาก NotePad หรือ Text Editor อื่นๆ มาแสดงผล โดยไม่ต้องการให้เสียรูปแบบเดิม ซึ่งจะต้องกำหนดให้ใส่แท็ก Pre กำกับหัวท้ายของข้อมูลนั้นๆ แล้วจึง Copy มา Paste ในเอกสาร HTML ตัวอย่าง ทดสอบการพิมพ์โดยการเว้นวรรคตามต้องการด้วยแท็ก Pre รายรับ ขายของ 20000 บาท ดอกเบี้ย 30000 บาท รายจ่าย ค่าน้ำ 5000 บาท ค่าไฟ 2000 บาท รวม 7000 บาท |
คำสั่งแสดงข้อความระบุสถานที่ติดต่อโดยเฉพาะ | |
คำสั่งนี้จะเป็นการระบุสถานที่ติดต่อ, ที่อยู่อาศัย, อีกเมล์ หรืออื่นๆ (ลักษณะคล้ายข้อความที่ปรากฎบนหัวจดหมาย) กำกับไว้ในเว็บเพจ โดยปกตินิยม เขียนไว้ที่ส่วนต้นหรือส่วนท้ายของเว็บเพจ การแสดงผลนั้นจะแสดงรูปแบบตัวอักษรจะเป็นลักษณะอักษรเอน |
คำสั่งกั้นระยะซ้าย/ขวา (ย่อหน้า) | |
เป็นคำสั่งที่ใช้เพิ่มระยะกั้นหน้า - กั้นหลังให้กับเอกสาร คล้ายๆ การย่อหน้าบรรทัด แต่จะมีผลต่อบรรทัดในเนื้อหาทุกบรรทัดของพารากราฟนั้นๆ ทั้งนี้ไม่ควรกำหนดคำสั่งนี้ซ้อนกันหลายๆ ชั้น |
คำสั่งเส้นคั่นทางแนวนอน | |
เป็นคำสั่งที่แสดงเส้นขีดคั่นทางแนวนอน (horizontal rule) โดยอาจใช้เป็นเส้นแบ่งเนื้อหาระหว่างบท หรือเป็นเส้นขีดคั่นเพื่อความสวยงามและเป็นระเบียบของเนื้อหา เป็นการกำหนดเส้นคั่นซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ต้องมีคำสั่งปิด (Single Tag) แท็กนี้จะมี Attriube หลายตัว เช่น <hr width="ความยาวของเส้น มีหน่วยเป็น Pixel หรือ % ก็ได้"> <hr width="60"> <hr width="n" align="LEFT/RIGHT/CENTER" size="n" noshade color="สี">
|
คำสั่งการเว้นวรรค | |
(Non Breaking Space) เป็นคำสั่งช่วยให้เว้นวรรคระหว่างข้อความ เพราะปกติเบราเซอร์จะแสดงช่องว่างจากการเคาะ Space Bar เพียงช่องเดียว แม้นว่าผู้สร้างจะเคาะไปหลายครั้งก็ตาม นี้เป็นหนึ่งในจำนวนรหัสใช้แทนอักษรพิเศษ ในภาษา HTML ซึ่งใช้ประโยชน์สำหรับแทนตัวอักษรที่มีความหมายพิเศษ เช่น <, > อักษรพวกนี้จะไม่สามารถเขียนลงไปตรงๆ เพื่อให้ browser แสดง ทั้งนี้เพราะ browser จะตีความเอาว่าเป็น tags ซึ่งอาจทำให้การแปลผิดพลาดได้ ตัวอย่าง รหัสใช้แทนอักษรพิเศษอื่นๆ เช่น < ใช้แทนตัว < ( less than ) |
จับกลุ่มของข้อความด้วย < SPAN > และ < DIV > | |
สำหรับแท็ก < DIV > เป็นแท็กที่มีมาตั้งแต่ HTML เวอร์ชั่น 3.2 ส่วนแท็ก < SPAN > เป็นแท็กใหม่ที่เพิ่งมีใน HTML 4.0 โดยแท็กทั้งสองนี้เอาไว้ใช้ กำหนดรูปแบบหรือลักษณะข้อความที่อยู่ภายใต้แท็กทั้งสองนี้ โดยมากมักจะใช้ร่วมกับแอตทริบิวต์ STYLE ทำให้สามารถนำมาใช้แทนแท็ก < FONT > และ < BASEFONT > รวมทั้งแอตทริบิวต์ที่ใช้กับแท็กทั้งสองได้หมด
|
แท็ก < INS > และ < DEL > | |
นอกเหนือจากแท็กต่างๆ ที่แนะนำให้รู้จักแล้ว ยังมีแท็กสำหรับจัดกลุ่มของข้อความอีก 2 ชนิดคือ < INS > และ < DEL > ที่ได้เพิ่มเข้ามาใน HTML 4.0 โดยมีเหตุผลที่สร้าง 2 แท็กนี้ขึ้นมา ก็เพื่อรองรับการแก้ไขในกรณีที่เป็นข้อความที่สำคัญ สำหรับการใช้แท็ก < INS > นั้นจะใช้ครอบข้อความส่วนที่เพิ่มเติม ส่วน < DEL > ใช้ครอบข้อความส่วนที่ต้องการลบออก ซึ่งเมื่อปรากฎอยู่บนเว็บเบราเซอร์นั้น จะทำให้ผู้อ่านทราบได้ว่าข้อความเหล่านั้นมีการเปลี่ยนไปอย่างไร และยังสามารถใช้แอตทริบิวต์ CITE เพื่อชี้ไปยังไฟล์ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ นอกจากนี้อาจใช้แอตทริบิวต์ DATETIME เพื่อบอกเวลาที่แก้ไข โดยข้อมูลของแอตทริบิวต์ทั้งสองจะไม่ปรากฎเมื่อแสดงบนเว็บเบราเซอร์ |