สอนทำเว็บ ด้วย HTML

บทนำ
ความหมายของ htm
โครงสร้างเอกสาร htm
เริ่มสร้างเว็บเพจ
สีสันและข้อความ
สีของพื้นหลังของตัวอักษร
สีของตัวอักษรทั้งเอกสาร
ข้อความลักษณะหัวเรื่อง
การตกแต่งข้อความ
ตัวอักษรให้มีความหนา
ตัวอักษรให้ขีดเส้นใต้
ตัวอักษรให้มีการเอน
ตัวอักษรกระพริบ
รูปแบบของตัวอักษร
สีของตัวอักษร
ขนาดของตัวอักษร
ลดขนาดตัวอักษรลง 1 ระดับ
เพิ่มขนาดของตัวอักษร 1 ระดับ
ตัวอักษรยกระดับ
ตัวอักษรพ่วงท้าย (ตัวห้อย)
ตัวอักษรเคลื่อนที่
การแสดงผล
ขึ้นบรรทัดใหม่
การย่อหน้าใหม่
จัดตำแหน่งการแสดงผล
แสดงข้อความ ตามที่จัดรูปแบบไว้ในไฟล์ต้นฉบับ
ข้อความระบุสถานที่ติดต่อโดยเฉพาะ
คำสั่งกั้นระยะซ้าย/ขวา (ย่อหน้า)
เส้นคั่นทางแนวนอน
เว้นวรรค
< SPAN > และ < DIV >
แท็ก < INS > และ < DEL >
รูปภาพและเสียง
ภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน
นำเสนอไฟล์รูปภาพ
นำรูปภาพมาเป็นพื้นหลัง
ไฟล์วิดีโอ
ไฟล์เสียง
ภาพกับการรอคอย
การเชื่อมโยง
การเชื่องโยง (ลิงค์)
เชื่อมโยงข้อมูลต่างแฟ้มเอกสาร
เชื่อมโยงข้อมูลภายในแฟ้มเอกสาร
เชื่อมโยงนอกเว็บไซต์
เชื่อมโยงแบบอีเมล์
เชื่อมโยงแบบ Download
เชื่อมโยงไฟล์ด้วยรูปภาพ
รายการ
การแสดงผลแบบรายการ
รายการแบบมีหมายเลขกำกับ
รายการแบบมีสัญลักษณ์กำกับ
รายการแบบใช้นิยาม
รายการแบบใช้รูปภาพกำกับ
แท็ก < MENU > และ < DIR >

ตาราง
การสร้างตาราง
เส้นของตาราง
ความกว้าง/ความสูงของตาราง
ระยะเว้นขอบภายในเซลล์ข้อมูล
ฟอร์ม
ฟอร์ม
ป้อนข้อความแบบหลายบรรทัด
ตัวเลือก
กรอบป้อนข้อมูลแบบ Text box
การแสดงผลแบบ Password
การแสดงผลแบบ Checkbox
การแสดงผลแบบ Radio
การส่งแบบฟอร์มแบบ Submit
การส่งแบบฟอร์มแบบ Reset
กลุ่มฟิลด์ป้อนข้อมูล
เฟรม
การแบ่งพื้นที่ของจอภาพ
การแบ่งพื้นที่ตามแนวนอน
การกำหนดเส้นแบ่งเฟรม
แสดงผลแถบสกอลบาร์
ปรับขนาดของเฟรม
เฟรมแบบ Inline
การกำหนดระบุวินโดว์ส์
Tips
การใส่ไฟล์ avi
ติดอันดับการสืบค้น
สีพื้นเอกสารเว็บ กับภาพแบ็คกราวน์
ย้าย Server
สร้าง Tooltips
สร้างเว็บแบบนำเสนออัตโนมัติ
สร้างปุ่มได้ง่ายๆ ด้วย Button Tag
สร้าง Effect ให้กับ Button Tag
Effect ตอนเปลี่ยนหน้าเว็บ
ใส่ไอคอนให้กับเว็บไซต์
ข้อความอธิบายรูปภาพ
คลิกโดยไม่ต้องใช้แท็ก <A>
เปลี่ยนรูปร่างของ Cursor
ตรวจสอบค่ารหัสสีฐาน 16
Effect หิมะตก
Effect น้ำกระเพื่อม
รหัสของ chmod


Web Design by HTML

การขึ้นบรรทัดใหม่

<BR>

โดยปกติแล้ว ภาษา HTML จะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะมีการขึ้นบรรทัดใหม่ ดังนั้นถ้าเราต้องการ ให้เกิดการขึ้นบรรทัดใหม่ บนเว็บเพจ เราจะต้องคำสั่ง <BR>

คำสั่ง < BR > เป็นคำสั่งที่กำหนดจุดสิ้นสุดของบรรทัด (break rule) แล้วทำการขึ้นบรรทัดใหม่เพื่อแสดงข้อความส่วนที่เหลือในบรรทัดถัดไป คำสั่งนี้จึงให้ผลเสมือนการกดคีย์ ENTER บนคีย์บอร์ดนั่นเอง

ข้อสังเกต

  • คำสั่ง <BR> ส่วนใหญ่มักนิยมจะวางไว้ในตำแหน่งสุดท้ายของประโยค โดยต้องการให้แสดงผลประโยคใหม่ในบรรทัดต่อมา
  • คำสั่ง <BR> จะเป็นคำสั่งที่ไม่ต้องมีคำสั่งปิด (Single Tag)

Web Design by HTML

การย่อหน้าใหม่ (Paragraph Tag)

<P>

คำสั่ง < P > เป็นคำสั่งที่สั่งให้โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ขึ้นย่อหน้าใหม่ (paragraph)

ข้อสังเกต

การจะเห็นได้ว่าการขึ้นบรรทัดใหม่ของคำสั่ง < BR > และ < P > นั้น การเว้นว่างระหว่างบรรทัดของทั้งสองมีความแตกต่างกัน โดยที่คำสั่ง < BR > ช่องว่างระหว่างบรรทัดจะน้อยกว่าคำสั่ง < P >


Web Design by HTML

กำหนดค่าของการจัดการจัดตำแหน่งการแสดงผล
<P ALING="LEFT/RIGHT/CENTER">..........</P>

เป็นคำสั่งที่ทำการจัดตำแหน่งของการแสดงผลทางจอภาพ การที่จะแสดงตำแหน่งต่างๆ นั้นจะต้องอยู่ระหว่างคำสั่ง

<P ALING="LEFT/RIGHT/CENTER">

และปิดด้วย </P> ซึ่งการที่จะให้ข้อความหรือรูปภาพอยู่ชิดซ้าย กึ่งกลางและชิดขวานั้น จะต้องมีคุณสมบัติการจัดตำแหน่งของการแสดงผลดังนี้

  • align = "left" การกำหนดค่าของการจัดตำแหน่งการแสดงผลอยู่ทางซ้าย
  • align = "right" การกำหนดค่าของการจัดตำแหน่งการแสดงผลอยู่ทางขวา
  • align = "center" การกำหนดค่าของการจัดตำแหน่งการแสดงผลอยู่ตรงกลาง

ข้อสังเกต

  • ตำแหน่งการแสดงผลนั้นจะมีการแสดงผลชิดซ้ายทุกครั้งถ้าเราไม่มีการกำหนดค่าของการแสดงผล
  • การจัดตำแหน่งการแสดงผลข้อความหรือรูปภาพให้อยู่กึ่งกลางของจอภาพนั้น เราสามารถกำหนดด้วยคำว่า CENTER เป็นคำสั่งได้เลยโดยเราจะเขียนคำสั่งดังนี้ < CENTER >..........< /CENTER >

Web Design by HTML

การแสดงข้อความตามที่จัดจัดรูปแบบไว้ในไฟล์ต้นฉบับ

<PRE>..........</PRE>

เป็นการกำหนดตำแหน่งการแสดงผลตามรูปแบบที่เราได้ทำการจัดในไฟล์ต้นฉบับ โดยในคำสั่งนี้เราสามารถจัดตำแหน่งที่เราต้องการให้แสดงผล โดยเรากำหนดด้วยคำสั่ง <PRE> แล้วปิด </PRE> จะทำให้เราสามารถกำหนดตำแหน่งการแสดงผลได้ แต่ถ้าเรากำหนดด้วย <P ALING="LEFT / RIGHT / CENTER"> การแสดงผลก็จะอยู่แค่ชิดซ้าย กึ่งกลาง และชิดขวาเท่านั้น

มักจะใช้คำสั่งนี้ในกรณีที่นำข้อมูลจาก NotePad หรือ Text Editor อื่นๆ มาแสดงผล โดยไม่ต้องการให้เสียรูปแบบเดิม ซึ่งจะต้องกำหนดให้ใส่แท็ก Pre กำกับหัวท้ายของข้อมูลนั้นๆ แล้วจึง Copy มา Paste ในเอกสาร HTML

ตัวอย่าง ทดสอบการพิมพ์โดยการเว้นวรรคตามต้องการด้วยแท็ก Pre


รายรับ
	ขายของ	20000 บาท
	ดอกเบี้ย	30000 บาท
รายจ่าย
	ค่าน้ำ	5000 บาท
	ค่าไฟ	2000 บาท
		รวม		7000 บาท

Web Design by HTML

คำสั่งแสดงข้อความระบุสถานที่ติดต่อโดยเฉพาะ

<ADDRESS>..........</ADDRESS>

คำสั่งนี้จะเป็นการระบุสถานที่ติดต่อ, ที่อยู่อาศัย, อีกเมล์ หรืออื่นๆ (ลักษณะคล้ายข้อความที่ปรากฎบนหัวจดหมาย) กำกับไว้ในเว็บเพจ โดยปกตินิยม เขียนไว้ที่ส่วนต้นหรือส่วนท้ายของเว็บเพจ การแสดงผลนั้นจะแสดงรูปแบบตัวอักษรจะเป็นลักษณะอักษรเอน


Web Design by HTML

คำสั่งกั้นระยะซ้าย/ขวา (ย่อหน้า)

< BLOCKQUOTE >..........< /BLOCKQUOTE>

เป็นคำสั่งที่ใช้เพิ่มระยะกั้นหน้า - กั้นหลังให้กับเอกสาร คล้ายๆ การย่อหน้าบรรทัด แต่จะมีผลต่อบรรทัดในเนื้อหาทุกบรรทัดของพารากราฟนั้นๆ ทั้งนี้ไม่ควรกำหนดคำสั่งนี้ซ้อนกันหลายๆ ชั้น


Web Design by HTML

คำสั่งเส้นคั่นทางแนวนอน

<HR>

เป็นคำสั่งที่แสดงเส้นขีดคั่นทางแนวนอน (horizontal rule) โดยอาจใช้เป็นเส้นแบ่งเนื้อหาระหว่างบท หรือเป็นเส้นขีดคั่นเพื่อความสวยงามและเป็นระเบียบของเนื้อหา เป็นการกำหนดเส้นคั่นซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ต้องมีคำสั่งปิด (Single Tag)

แท็กนี้จะมี Attriube หลายตัว เช่น

<hr width="ความยาวของเส้น มีหน่วยเป็น Pixel หรือ % ก็ได้">

<hr width="60">
<hr width="20%">
<hr width="60%">

<hr width="n" align="LEFT/RIGHT/CENTER" size="n" noshade color="สี">

  • ALIGN - การจัดวางตำแหน่งของเส้น
  • SIZE - การกำหนดขนาดความหนาของเส้น และสามารถกำหนดได้เพียงแบบเดียวคือ pixel
  • NOSHADE - ไม่ต้องแสดงเป็นแบบ 3 มิติ
  • COLOR - การระบุสีของเส้น แสดงผลเฉพาะบน IE

Web Design by HTML

คำสั่งการเว้นวรรค

&nbsp;

&nbsp; (Non Breaking Space) เป็นคำสั่งช่วยให้เว้นวรรคระหว่างข้อความ เพราะปกติเบราเซอร์จะแสดงช่องว่างจากการเคาะ Space Bar เพียงช่องเดียว แม้นว่าผู้สร้างจะเคาะไปหลายครั้งก็ตาม

&nbsp; นี้เป็นหนึ่งในจำนวนรหัสใช้แทนอักษรพิเศษ ในภาษา HTML ซึ่งใช้ประโยชน์สำหรับแทนตัวอักษรที่มีความหมายพิเศษ เช่น <, > อักษรพวกนี้จะไม่สามารถเขียนลงไปตรงๆ เพื่อให้ browser แสดง ทั้งนี้เพราะ browser จะตีความเอาว่าเป็น tags ซึ่งอาจทำให้การแปลผิดพลาดได้

ตัวอย่าง รหัสใช้แทนอักษรพิเศษอื่นๆ เช่น

&lt; ใช้แทนตัว < ( less than )
&gt; ใช้แทนตัว > ( greater than )
&amp; ใช้แทนตัว & ( ampersand )


Web Design by HTML

จับกลุ่มของข้อความด้วย < SPAN > และ < DIV >

<DIV STYLE="กำหนดขนาดตัวอักษร">........</DIV> หรือ
<SPAN STYLE="กำหนดขนาดตัวอักษร">.......</SPAN>

สำหรับแท็ก < DIV > เป็นแท็กที่มีมาตั้งแต่ HTML เวอร์ชั่น 3.2 ส่วนแท็ก < SPAN > เป็นแท็กใหม่ที่เพิ่งมีใน HTML 4.0 โดยแท็กทั้งสองนี้เอาไว้ใช้ กำหนดรูปแบบหรือลักษณะข้อความที่อยู่ภายใต้แท็กทั้งสองนี้ โดยมากมักจะใช้ร่วมกับแอตทริบิวต์ STYLE ทำให้สามารถนำมาใช้แทนแท็ก < FONT > และ < BASEFONT > รวมทั้งแอตทริบิวต์ที่ใช้กับแท็กทั้งสองได้หมด

  • < DIV > มักจะใช้จัดแต่งข้อความที่เป็นย่อหน้าให้ใช้ฟอนต์หรือมีขนาดตามที่ระบุ ซึ่งเบราเซอร์จะขึ้นย่อหน้าใหม่ให้ทันทีเมื่อพบแท็กนี้ ทำให้ไม่ได้ใช้แท็ก < BR > มาช่วย
  • แท็ก < SPAN > ก็คล้ายกันกับแท็ก < DIV > แต่มักใช้จัดแต่ง ข้อความสั้นๆ (inline) ที่อยู่ใต้การกำหนดรูปแบบของแท็กอื่นอยู่แล้ว เพื่อให้มีรูปแบบที่ต่างไปจากรูปแบบเหล่านั้น

Web Design by HTML

แท็ก < INS > และ < DEL >

<DEL>........</DEL>
<INS cite ="ชื่อเว็บไซด์">.......</INS>

นอกเหนือจากแท็กต่างๆ ที่แนะนำให้รู้จักแล้ว ยังมีแท็กสำหรับจัดกลุ่มของข้อความอีก 2 ชนิดคือ < INS > และ < DEL > ที่ได้เพิ่มเข้ามาใน HTML 4.0 โดยมีเหตุผลที่สร้าง 2 แท็กนี้ขึ้นมา ก็เพื่อรองรับการแก้ไขในกรณีที่เป็นข้อความที่สำคัญ

สำหรับการใช้แท็ก < INS > นั้นจะใช้ครอบข้อความส่วนที่เพิ่มเติม ส่วน < DEL > ใช้ครอบข้อความส่วนที่ต้องการลบออก ซึ่งเมื่อปรากฎอยู่บนเว็บเบราเซอร์นั้น จะทำให้ผู้อ่านทราบได้ว่าข้อความเหล่านั้นมีการเปลี่ยนไปอย่างไร และยังสามารถใช้แอตทริบิวต์ CITE เพื่อชี้ไปยังไฟล์ข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ นอกจากนี้อาจใช้แอตทริบิวต์ DATETIME เพื่อบอกเวลาที่แก้ไข โดยข้อมูลของแอตทริบิวต์ทั้งสองจะไม่ปรากฎเมื่อแสดงบนเว็บเบราเซอร์